SKU : TURTKT08
สัมผัสกับประสบการณ์การรับประทานอาหาร แบบล้านนาด้วย "ขันโตก" หรือ "โตก" เสริฟพร้อมกับอาหารพื้นเมืองภาคเหนือ พร้อมชมการแสดง เช่น ขบวนแห่บูรณคตะบูชาสโตกคำและฟ้อนเล็บ กลองสะบัดชัย แสง สี เสียง อันตื่นตา ตื่นใจ ของล้านนา และจากทุกภาคของประเทศไทย
หมวดหมู่ : กิจกรรมช่วงเย็น ,  Chiang mai ,  ตั๋วชมการแสดง , 
Share
ที่ตั้ง: 139 หมู่ 4 ต.หนองป่าครั่ง อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
“คุ้มขันโตก” เป็นร้านอาหารซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นอายและบรรยากาศแบบล้านนาไทย รับประทานขันโตกมื้อค่ำพร้อมกับชมการแสดงนาฏศิลป์ไทย : นี่คือบริการที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ “คุ้มขันโตก” จนโด่งดังเป็นที่รู้จักทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ.....บุฟเฟ่ต์ขันโตกมื้อค่ำเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 18.30 น. ณ “ลานขันโตก” ลานโล่งซึ่งจัดที่นั่งบนพื้นตามลักษณะการนั่งรับประทานอาหารของชาวไทยล้านนาสมัยเก่า ปูรองที่นั่งด้วยเบาะนุ่ม มีหมอนอิงรูปสามเหลี่ยมวางเคียงข้างเพื่อให้เหล่าบรรดาอาคันตุกะผ่อนคลายอิริยาบถได้อย่างสบาย
การแสดงนาฏศิลป์ไทยของคุ้มขันโตกจะเริ่มต้นขึ้นในเวลา 19.45 น.(สามารถนั่งรับประทานอาหารไปพร้อมๆ กับชมการแสดงได้) และจบลงในเวลา 21.00 น. โดยมีการแสดงรวมด้วยกันทั้งหมด 9 ชุด ได้แก่
- ขบวนแห่บูรณคตะบูชาสโตกคำและฟ้อนเล็บ ถือเป็นการแสดงการต้อนรับผู้มาเยือน ด้วยความเป็นมิตร และยินดียิ่ง
- นกกิงกะลากับตัวโต เป็นศิลปะการร่ายรำของชาวไทยใหญ่ แสดงถึงเรื่องราวของสัตว์ที่เล่าขานมาแต่โบราณ
- กลองสะบัดชัย เป็นการแสดงเพื่อเสริมสร้างกำลังใจ ให้แก่ไพร่พลในยามมีศึกสงคราม ด้วยลีลาการตีที่โลดโผน
- เจ้าดารารัศมี เพลงที่ใช้ประกอบการแสดงชุดนี้เป็นการรำลึกถึงพระราชชายาเเจ้าดารารัศมีที่ทรงเป็นขัตติยนารีศรีล้านนาและทรงเป็นแบบอย่างในเรื่องการอนุรักษ์วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมอันดีงามของล้านนา
- หนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา หรือ จับนาง เป็นการแสดงโขน ซึ่งถือเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูง แต่เดิมนิยมเล่นเฉพาะในพระราชวังเท่านั้น โดยมีหนุมานเป็นตัวละครเอกในเรื่องรามเกียรติ์ ได้รับอิทธิพลมาจากวรรณกรรมของอินเดีย เรื่อง “รามายณะ”
- ระบำชาวเขา 4 เผ่า ดัดแปลงมาจากการละเล่นในวันปีใหม่ของชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ได้แก่ ลีซอ เย้า อาข่า และแม้ว มีลีลาที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา และความสุขสดใส ของชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในพื้นดินล้านนา
- นาฏยรณสยาม เป็นการแสดงที่แสดงให้เห็นถึงศิลปะการต่อสู้ของชาวไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณและมีการสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยจนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
- เซิ้งกะโป๋ คำว่า กะโป๋ หมายถึง กะลา ในภาษาอีสาน เซิ้งกะโป๋ เป็นการหยอกล้อกันระหว่างคนหนุ่มสาว โดยใช้กะลาเป็นเครื่องประกอบจังหวะ ด้วยลีลาที่สนุกสนานและเร้าใจ
- รำวง มีขึ้นในชนบทภาคกลาง ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่มีพิธีการที่ซับซ้อน แต่ฉาบไว้ด้วยเอกลักษณ์ที่บริสุทธิ์ แจ่มใสของความเป็นท้องถิ่น
ราคานี้ไม่รวมพาหนะรับส่งจากโรงแรม
.jpg)
.jpg)
